DIY เปลี่ยนเสื้อคุณแม่ให้เป็นเสื้อลูกน้อยแสนน่ารัก

กระแส DIY หรือ Do It by Yourself ที่มาแรงในช่วงนี้ ทำให้หลายคนเริ่มมีความใฝ่ฝันที่จะทำงานฝีมือด้วยตนเองมากขึ้น และก็เริ่มมีคนออกมาแชร์ประสบการณ์และวิธีการในการทำงานฝีมือจากของเหลือใช้ในบ้านกันมากขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถทำงาน DIY ด้วยตัวเองง่ายขึ้น

10.1

เสื้อผ้า DIY

เสื้อผ้า DIY ก็เป็นอีกหนึ่งงานฝีมือที่มาแรงมากในตอนนี้ โดยการนำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วภายในบ้านมาตกแต่ง ดัดแปลง หรือประยุกต์เข้ามาใช้ด้วยกันจนกลายเป็นชุดใหม่ที่สวยงามขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม อย่างไรก็ตามการทำเสื้อผ้า DIY ที่บ้านนั้นจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็นและความรู้พื้นฐานทั่วไป อย่างเช่น จักรเย็บผ้า ด้าย เสื้อผ้า ทักษะในการออกแบบและทักษะในการตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น

เสื้อผ้าเด็กแบบ DIY

หลายคนอาจจะไม่เคยคิดมาก่อนว่าเสื้อผ้าเด็กก็สามารถทำแบบ DIY ได้ด้วย เพราะมีขนาดเล็กและจะต้องใช้ความประณีตมาก แต่ความจริงแล้วการทำเสื้อผ้าเด็กแบบ DIY นั้นไม่ยากเลย ซึ่งวันนี้เราก็นำวิธีทำเสื้อผ้า DIY ของเด็กจากเสื้อผ้าเหลือใช้จากเสื้อผ้าของคุณพ่อหรือคุณแม่มาฝากกันค่ะ ลองทำกันดูนะคะ

เสื้อผ้าเด็กแบบ DIY ทำอย่างไร

อันดับแรก ต้องเริ่มจากการวาดภาพชุดที่ต้องการออกมา อาจจะเป็นการคิดไว้ในใจหรือหารวาดแบบอกมาในกระดาษก็ได้ ซึ่งเราขอแนะนำให้ทำอย่างหลัง เพราะการวาดแบบอกมาให้เป็นรูปเป็นร่างนั้น จะทำให้เราหลงทางไประหว่างการตัดเย็บยากกว่าการวาดภาพไว้ในหัว แล้วยังทำให้เราประเมินได้ด้วยว่าเราสามารถตัดเย็บได้ตามแบบที่เราวาดไว้ได้จริงหรือไม่

10.2

อันดับต่อไป ก็เริ่มหาชุดที่มีลายหรือรสีสันตามที่เราวางแบบไว้ หลังจากที่เราได้ชุดที่ต้องการแล้ว อย่าลืมกลับมาวัดตัวลูกของเราด้วย ว่าต้องการให้ชุดมีความยาวเท่าไหร่ ความกว้างของแขน หรือความยาวของแขนเสื้อ เป็นต้น ซึ่งการวัดความยาวต่างๆ นี่ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของชุดที่เราทำด้วย

โดยปกติแล้วการทำเสื้อผ้าเด็ก DIY จากเสื้อผ้าของคุณพ่อหรือคุณแม่นั้น มีอยู่ 3 ส่วนที่ต้องตัดออกแน่ๆ นั่นคือ ความยาวของชุด ความยาวของแขนเสื้อ และความเข้ารูปของชุด ซึ่งตรงส่วนของความเข้ารูปของชุดนี้เรามักจะการตัดส่วนของแขนเสื้อให้แคบลง โดยตัดตรงส่วนท้องแขน และอีกส่วนก็คือช่วงตัวของชุด ซึ่งมักจะความกว้างมากไป เราก็จะทำการตัดออกทั้ง 2 ข้างข้างละเท่าๆ กัน ในส่วนที่ต้องตัดออก อย่าลืมพื้นที่สำหรับเย็บตะเข็บไว้ประมาณ 1-2 เซนติเมตรด้วย

หลังจากนั้นทำการเย็บชุดที่เราทำการตัดออกให้ติดกัน ก็เป็นอันเสร็จสิ้น และเรายังสามารถนำเศษผ้าจากการที่เราตัดเสื้อผ้าออกมา ไปใช้ตกแต่งกับเสื้อผ้าชุดอื่นๆ ได้ หรืออาจจะนำมาตกแต่งในชุดที่เราเลยก็ได้ เช่น ระบาย หรือ ซับในในบริเวณที่ต้องการ เป็นต้น

และนี่ก็คือวิธีการตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก DIY โดยเปลี่ยนเสื้อคุณแม่ให้เป็นเสื้อลูกน้อยแสนน่ารักนั่นเอง

 

DIY ชุดสไนไวท์น่ารัก สำหรับเด็กผู้หญิง

ยังคงเกาะติกกับกระแส DIY หรือ Do It by Yourself ที่มาแรงในช่วงนี้ ซึ่งเป็นกระแสที่ผลักดันให้หลายคนเริ่มมีความใฝ่ฝันและลงมือทำเพื่อที่จะทำงานฝีมือด้วยตนเองมากขึ้น และโดยเริ่มจากการทำตามวิธีที่มีคนออกมาแชร์ประสบการณ์และวิธีการในการทำงานฝีมือจากของเหลือใช้ในบ้านกัน และเริ่มต้นที่จะเป็นผู้แชร์วิธีการให้กับผู้อื่นๆมากขึ้น ซึ่งทำให้เราสามารถทำงาน DIY ได้ด้วยตัวเองง่ายขึ้นมาก

พร้อมส่งจ้รา เครื่องสำอางเกาหลี คลิกเลย

ราคา 189 บาทะค

Skinfood Aloe Vera Foaming Cleanser
สกิน ฟูด อโรเวร่า โฟมมิ่ง เคล็นเซอร์ โฟมล้างหน้าขจัดสิ่งตกค้างจากมลภาวะ เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวรู้สึกสะอาดหมดจด ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Aloe Extracts 195 mg. และ Cucumber Extracts เปี่ยมประสิทธิภาพกักเก็บความชุ่มชื่นให้แก่ผิว รู้สึกสดชื่น พร้อมสมานผิวไม่ให้ระคายเคือง สำหรับผิวมันที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงผิว

คำแนะนำ
พรมน้ำให้ทั่วใบหน้า แล้วบีบเนื้อโฟมลงบนฝ่ามือ ลูบไล้บนใบหน้าให้ทั่วตามบริเวณที่ต้องการ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ปริมาณ 130 มิลลิลิตร

สกินฟู้ด

ประโยชน์ของเสื้อผ้า DIY

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเสื้อผ้า DIY เป็นงานฝีมือที่มาแรงมากในตอนนี้ โดยการนำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วภายในบ้านมาตกแต่ง ดัดแปลง หรือประยุกต์เข้ามาใช้ด้วยกันจนกลายเป็นชุดใหม่ขึ้น ดังนั้นประโยชน์ของการทำเสื้อผ้า DIY ก็คือ การใช้เวลาว่างและของเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์ รายได้เสริมจากการสินค้า DIY และได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในเสื้อผ้าลงได้นั่นเอง

เสื้อผ้าเด็กแบบ DIY

หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงนักว่าการทำเสื้อผ้า DIY นั้นจะมีการทำกับเสื้อผ้าของเด็กด้วย เพราะลักษณะเสื้อผ้าของเด็กและผู้ใหญ่มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่การใช้ DIY นั้นสามารถทำได้กับทุกสิ่งหากเรามีทักษะพื้นฐานและความตั้งใจที่มากพอ โดยสิ่งที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือการทำเสื้อผ้า DIY ของเด็กจากเสื้อผ้าเหลือใช้จากเสื้อผ้าของคุณพ่อหรือคุณแม่นั่นเอง และเสื้อผ้าเด็กแบบ DIY ที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ก็คือ ชุดสโนไวท์ในฝันของเด็กผู้หญิงนั่นเอง

9.1

ชุดสโนไวท์แบบ DIY ทำอย่างไร

อุปกรณ์ที่ใช้คือ ผ้าต่วนสีเหลืองและสีน้ำเงินอย่างละเมตร ผ้าสีขาว และผ้าชีฟองสีเหลือง 1 เมตร ซึ่งอาจะไปซื้อมาหรือจะหาจากของเหลือใช้ในบ้านก็ได้ สุดท้ายที่ซ้ำคันคือแบบชุดสโนไวท์

ก่อนอื่นเลยเราต้องมีแบบ ซึ่งเราอาจจะใช้การวัดตัวก็ได้ แต่วิธีทำชุดแบบนี้แนะนำว่าให้หาชุดที่ใช้งานจริงๆมาเป็นแบบ แล้วทำการกะขนาดกับผ้าที่แล้วทำการใช้เข็มกลัดขนาดที่ต้องการ อย่าลืมเผื่อที่สำหรับตะเข็บไว้ด้วยอาจจะเผื่อไว้ 1 – 1 นิ้วครึ่งก็ได้

หลังจากนั้นเริ่มทำจากตัวแขนเสื้อก่อน คือ โดยใช้ผ้าสีน้ำเงินความกว้างและความยาวเท่าที่ต้องการ อย่างน้อยๆต้องมีความกว้างมากกว่าเสนรอบวงแขนเด็กเล็กน้อย แต่แขนเสื้อของชุดสโนไวท์ มีลักษณะพองๆ ดังนั้นเราต้องเผื่อความยาวไว้นิดหน่อย และพับให้คล้ายกับกระโปรงที่มีจีบทั้ง 2 ด้านกลัดผ้าไว้ก่อน จากนั้นเย็บผ้าสีแดงสลับลงไปพร้อมๆกับเย็บจีบผ้าด้วย ซึ่งมันจะมีรอยต่อของชายผ้าอยู่ ให้เอาผ้าสีน้ำเงินมาครอบแล้วเย็บทับเพื่อปิดชายผ้า

หลังจากนั้นมาเย็บตัวเสื้อก่อนซึ่งก็ง่ายๆคือเย็บไปตามลักษณะของตัวเสื้อที่เราอยากได้ ซึ่งการเย็บตัวเสื้อไปพร้อมกับการเย็บแขนเลยจะง่ายกว่า แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ชุดเบี้ยวด้วยเช่นกัน ส่วนคอเสื้อนั้นอาจจะเริ่มจากการวาดวงรีขนาดเท่าที่ต้องการได้ แล้วลากเส้นให้ต่ำกว่าเส้นที่แบ่งวงรีตามยาวเป็นครึ่งหนึ่งเล็กน้อย เอามากะกับเสื้อก่อนเผื่อแก้อะไร หลังจากนั้นตัดผ้าสีขาวเท่าขนาดที่พับกับแล้วได้ขนาดเท่าชิ้นส่วนที่วาดไว้นี้ เย็บลงไปเลย

กระโปรงทำเหมือนแขนเสื้อเลยแต่เย็บจีบแค่ด้านใดด้านหนึ่งก่อนจะเย็บผ้าชีฟองลงไป แล้วนำไปเย็บติดกับตัวเสื้อก็เป็นอันเสร็จ ซึ่งข้อเสียของชุดที่ทำนี้คือ มันเป็นชุดสวมหัวซึ่งอาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นการทำ DIY อย่างง่ายๆที่ใครก็ทำได้

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเรามาทำชุดสโนไวท์ให้หนูๆ ใส่กันดีกว่า

9.2

สีสันของเสื้อผ้าสะท้อนอารมณ์เด็กอย่างไรบ้างนะ?

หลายคนทราบดีแล้วว่าสีสันของเสื้อผ้านั้นสะท้อนอารมณ์ของเราได้ และไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สะท้อนความหมายแบบเดียวกันเช่นกัน เพียงแต่ในเด็กอาจจะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่อยู่บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าสีส่งผลต่อคนไม่เลือกเพศและวัย ดังนั้นทำให้การใช้สีกลายมาเป็นศาสตร์หนึ่งในทางจิตวิทยาไปแล้ว บ้างก็ตั้งใจบ้างก็ไม่ตั้งใจ และการใช้สีก็กลายมาเป็นหนึ่งทางเลือกที่เราใช้ในการดำรงชีวิตกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปๆ อย่างการกินอาหาร หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้ด้วย สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงการเลือกสีสันเสื้อผ้าที่จะสื่อสะท้อนอารมณ์ ความคิดและสติปัญญาในเด็กกันค่ะ

8.2 - Copy

ตัวอย่างการใช้สีในเด็ก
ต้องบอกก่อนว่าสีแต่ละสีจะให้ผลต่ออารมณ์และความคิดของคนที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นโทนสีหรือเฉดสีก็ล้วนแต่ส่งผลที่แตกต่างกันออกไป เช่น

สีแดง
สีแดงซึ่งเป็นสีในโทนร้อน หลายๆ คนคงไม่รู้ว่าสีแดงจะสามารถกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมาก ดังนั้นร้านอาหารหลายร้านจึงใช้สีแดงเป็นของตกแต่ง ดังนั้นถ้าหากเด็กไม่อยากกินอาหารลองหาอาหารสีแดงหรือข้าวของอย่างจานชามช้อนสีแดงมาใช้ดู อาจจะช่วยให้เด็กสามารถทานอาหารได้มากขึ้นได้

สีน้ำเงิน
สีน้ำเงิน เป็นสีที่ทำให้รู้สึกว่าสงบ อาจจะเพราะความที่เป็นสีทึบๆ ดูหนักแน่น และยังเป็นสีในโทนเย็นอีกด้วย จึงทำให้เรารู้สึกสบายและสงบ แน่นอนว่าสีน้ำเงินจึงถูกใช้ในห้องนอนเด็กได้ไม่ว่าจะเป็นผนัง ของตกแต่งผ้าห่มหรือชุดนอน เป็นต้น

8.1 - Copy

สีสันที่จะเสริมความฉลาดให้แก่ลูก..เลือกสีอะไรดี?
แล้วถ้าอยากให้ลูกฉลาดต้องใช้สีอะไรดี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะตั้งคำถามแบบนี้ขึ้นมา และเรื่องจริงคือไม่มีสีไหนทำให้เด็กฉลาดได้ หากเด็กไม่ได้พัฒนาตนเองด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพราะสีนั้นเป็นแค่ส่วนเสริมเท่านั้นแต่ไม่ใช่วิธีการหลักที่จะนำมาพัฒนาเด็กได้ ดังนั้นถ้าอยากให้ลูกฉลาดต้องคุยกับแพทย์เฉพาะทางดูว่าควรพัฒนาลูกไปทางไหนและด้วยวิธีใด ส่วนสีที่สามารถส่งเสริมให้เด็กเกิดพัฒนาการที่ดีขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น  สีเหลืองและสีส้ม โดยจะเห็นว่าทั้งสองสีนี้เป็นสีในโทนร้อนทั้งคู่เลย โดยที่ทั้งสองสีนี้ก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว จึงมีอิทธิพลต่อความคิดและอารมณ์ของคนที่แตกต่างกัน ซึ่งเราอาจจะใช้สีกับสิ่งของเครื่องใช้ของเด็ก เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อพัฒนาการของเด็กนั่นเอง

สีเหลือง
สีเหลืองเป็นสีที่ดูสว่างและอบอุ่น และเป็นสีแห่งความรื่นเริง ความสดใส ความเป็นอิสระ เชื่อกันว่าสีเหลืองจะสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองและเสริมสร้างเชาว์สติปัญญาจลอดจนความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้เป็นอย่างดี สีเหลืองจึงนำมาใช้บ่อยในห้องเรียน

สีส้ม 
สีส้มก็เป็นอีกสีที่เหมาะกับเด็ก เพราะเป็นสีแห่งความรื่นเริง ความสดใส ความเป็นอิสระ เหมือนการกระตุ้นให้เด็กมีพลังมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ด้วย และเพราะสีส้มเป็นส่วนผสมของสีแดงและสีเหลืองจึงมีความคล้ายคลึงกับทั้ง 2 สี จึงมีการใช้คู่กับ 2 สีนั้นบ่อยๆ สังเกตง่ายๆ เวลาที่เราให้เด็กวาดรูป เชื่อได้ว่าสีที่เด็กเลือกใช้บ่อยก็จะเป็นสีเหล่านี้เพราะทำให้เด็กมีจินตนาการที่ดีขึ้นนั่นเอง

 

เทคนิคเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับเด็กผู้หญิง

เด็กผู้หญิงเป็นเพศที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเทรนด์แฟชั่นเด็กต่างๆ ได้อย่างน่ารักสดใส และอาจจะเรียกได้ว่าเสื้อผ้าแฟชั่นของเด็กผู้หญิงนั้นค่อนข้างเยอะกว่าเด็กชายด้วยซ้ำ สำหรับคุณแม่ที่รักการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจและหากคุณอยากมีลูกสาวน่ารักๆ เพื่อที่จะได้จับแต่งตัวสวยๆ วันนี้หากคุณมีลูกสาวสมใจแล้ว เรามาลองใช้เทคนิคเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับเด็กผู้หญิงไปพร้อมกันดีกว่า

7.1

จับคู่เสื้อผ้าให้เกิดการมิกซ์แอนด์แมทช์ที่เข้ากัน
ที่บอกว่าบางครั้งการประยุกต์ก็เป็นทางเลือกที่ดี นั่นก็เพราะการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่สามารถจับคู่กับเสื้อผ้าหลายๆแบบได้มาใช้นั้น จะช่วยให้เราลดปริมาณในการซื้อเสื้อผ้าลงได้ด้วย เพราะการประยุกต์หรือที่เราเรียกกันว่าการมิกซ์แอนแมตซ์เสื้อผ้าเด็กนั้น จะช่วยให้ทั้งเด็กและพ่อแม่รู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เอามาสวมใส่นั้นไม่ซ้ำกันและไม่เก่านั่นเอง และการเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ได้เองก็เป็นอีกทางที่จะทำให้เด็กได้มีพัฒนาการในด้านความจำและความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย นอกจากนี้สีสันและลวดลายของเสื้อผ้าก็จะช่วยให้เด็กมีความสามารถในการแยกความแตกต่างของสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย

หลักสำคัญของการมิกซ์แอนแมตซ์เสื้อผ้าอยู่ที่สีสัน
สาเหตุที่สีสันเข้ามามีความสำคัญก็เพราะว่าปัญหาของการมิกซ์แอนแมตซ์เสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็คือการเลือกเสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าไม่เข้ากันนั่นเอง ดังนั้นหลักสำคัญของการมิกซ์แอนแมตซ์จึงอยู่ที่สีสันนั่นเอง และนอกจากนี้เพศของเด็กก็มีผลต่อการเลือกสีสันของเสื้อผ้าด้วย เพราะฉะนั้นเลือกสีสันให้เข้าทั้งเสื้อและกางเกงหรือกระโปรงและต้องเลือกให้เข้ากับเพศของลูกเราด้วย

7.2

เพศและการเลือกสีเสื้อผ้า
ในวันนี้จะพูดถึงการเลือกสีเสื้อผ้าในเด็กผู้หญิงก่อน แน่นอนว่าไม่รู้ว่าใครเป็นคนปลูกฝังเรื่องนี้เป็นคนแรก แต่สีชมพูก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยทีเดียว และก็มีพ่อแม่หลายคนเลือกเสื้อผ้าในโทนสีชมพูมาให้ลูกสาวก่อนอยู่เสมอ สีอื่นก็มีการใช้กันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีขาว สีเหลือง สีส้ม แต่ไม่ค่อยเห็นพ่อแม่ที่เลือกสีทึมๆ ให้ลูกสาวสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าสีในโทนสว่างและหวานๆจะทำให้ลูกสาวดูน่ารักขึ้นก็ได้ แต่ไม่ว่าเราจะเลือกเสื้อผ้าสีใดให้กับลูกสาวของเรา อย่าลืมที่จะฟังความชอบของลูกด้วย เพราะการเลือกเสื้อผ้าที่เด็กชอบจะทำให้เด็กใส่เสื้อผ้าชุดนั้นบ่อยๆ และในทางตรงข้ามหากเราเลือกแบบที่ลูกไม่ชอบมา ลูกก็อาจจะไม่ใส่และพาให้เราลงทุนไปอย่างเปล่าประโยชน์นั่นเอง โดยเฉพาะเสื้อผ้าเด็กที่เด็กมักจะโตหนีเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วด้วย

ชุดแบบไหนที่เหมาะกับลูกสาว
นอกจากจะมีเรื่องสีที่เปลี่ยนแปลงไปตามเพศแล้ว รูปแบบของชุดก็เป็นอีกอย่างที่มีความแตกต่างกัน นั่นเพราะเด็กจะถูกปลูกฝังในช่วงนี้แล้วว่าเด็กผู้หญิงเท่านั้นที่จะใส่กระโปรง ทำให้เด็กหลายๆ คนชอบที่จะใส่กระโปรงมากกว่ากางเกง แต่ในบางสถานการณ์กระโปรงก็ไม่ควรนพมาใช้ เช่น การพาลูกไปเล่นที่สวนสาธารณะ เป็นต้น เพราะสถานที่และกิจกรรมที่นั้นอาจจะทำให้เด็กเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นใส่เสื้อผ้าให้รัดกุมจะดีกว่า

ทราบกันแบบนี้แล้ว อย่าลืมเลือกสรรเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงให้เข้ากันกับลูกสาวคุณกันนะคะ

 

เทคนิคเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับเด็กผู้ชาย

เสื้อผ้าเด็กในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบเสียจนบางครั้งเวลาที่เราเข้าร้านเสื้อผ้านั้น เราต้องใช้เวลานานมากในการเลือกเสื้อผ้าออกมาสักชุดหนึ่ง อาจจะด้วยเพราะเราอยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของเราด้วย และอาจจะเพราะว่าเรามีเสื้อผ้าในดวงใจมากเกินไปก็เป็นได้ทั้งนั้น การเลือกเสื้อผ้าจึงกลายมาเป็นเรื่องยากในพ่อแม่บางครั้ง แต่เรามีคำแนะนำให้การเลือกง่ายขึ้น โดยเลือกให้เหมาะกับเพศของลูกเราค่ะ ในที่นี้….เราจะมาแนะนำการเลือกเสื้อผ้าในเด็กผู้ชาย ต้องเลือกอย่างไรมาดูกันเลยค่ะ

6.1

การมิกซ์แอนแมตซ์เสื้อผ้ายังเป็นทางเลือกที่ดี
ที่บอกว่าการมิกซ์แอนแมตซ์เสื้อผ้าเป็นทางเลือกที่ดี นั่นก็เพราะการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่สามารถจับคู่กับเสื้อผ้าหลายๆแบบได้มาใช้นั้น จะช่วยให้เราลดปริมาณในการซื้อเสื้อผ้าลงได้ด้วย เช่น แทนที่เราจะเลือกเสื้อผ้าที่เข้าชุดกันมาใช้เราก็เปลี่ยนมาซื้อแบบที่แยกกันระหว่างเสื้อและกางเกง หรือกระโปรงแทน เพื่อที่เราจะสร้างชุดได้หลายๆรูปแบบแทนที่จะเป็นรูปแบบเดียวที่ซื้อมาตั้งแต่แรก

การเลือกเสื้อผ้าในเด็กแต่ละวัย
การเลือกเสื้อผ้าในเด็กแต่ละวัยต้องมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว เช่น ถ้าลูกของเรายังไม่โตมากนักไม่เกิน 2 ขวบในช่วงวัยนี้เรามักจะใช้เสื้อผ้าได้เหมือนกันทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ซึ่งถ้าเลยไปอีกนิดนึงจนถึงเด็กที่เริ่มเข้าโรงเรียนแล้ว เด็กจะเริ่มเรียนรู้ถึงความแตกต่างในการแต่งตัวกันของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ว่ามีแค่เด็กผู้หญิงเท่านั้นที่ได้สวมกระโปรงและเสื้อผ้านี้เองที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิงมากขึ้น ดังนั้นเพศของเด็กจึงเริ่มมีผลต่อการเลือกเสื้อผ้าของเด็กหลังจากเด็กรู้ว่ามีความแตกต่างกันของเพศแล้วนั่นเอง

6.2

เพศและการเลือกเสื้อผ้า
แน่นอนว่าเด็กผู้ชายหลังจากที่เริ่มเข้าโรงเรียนแล้วจะเล่นซนมากขึ้น เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่เหมาะกับเด็กผู้ชายจึงต้องเน้นไปที่ความคล่องตัวและเสื้อผ้าที่รัดกุมเป็นหลัก เช่น กางเกง อาจจะเป็นเสื้อแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ตามสถานการณ์ ซึ่งการเลือกเสื้อผ้าอาจจะต้องดูด้วยว่าสามารถทำความสะอาดได้ยากง่ายแค่ไหน และสีเสื้อผ้าก็อาจจะต้องเป็นสีที่เปื้อนยากด้วยเช่นกัน

การเลือกสีเสื้อผ้าให้กับเด็กผู้ชาย
การเลือกสีเสื้อผ้าให้กับเด็กนั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องเพศด้วย โดยเฉพาะเมื่อเด็กเริ่มมีความชอบเป้นอขงตัวเองแล้ว โดยส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นกันบ่อยๆว่าเสื้อผ้าเด็กผู้ชายมักจะออกโทนเข้มเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสีดำ สีเทา สีน้ำเงิน เป็นต้น ซึ่งข้อดีของเสื้อผ้าสีเข้มอย่างหนึ่งก็คือมันเปื้อนได้ยาก จึงเหมาะกับเด็กผู้ชายมาก เพราะเด็กผู้ชายมักจะติดเล่นและอาจจะไปเปื้อนอะไรแบบไม่รู้ตัวมาได้บ่อยๆ และนอกจากนี้ยังรวมไปถึงเสื้อผ้าที่ลายการ์ตูนดังด้วย จะเห็นได้เลยว่าถ้าการ์ตูนเรื่องไหนฮิตหน่อยล่ะก็ เด็กผู้ชายก็จะใส่เสื้อลายการ์ตูนเรื่องนั้นในทันที

เพราะเด็กในวัยนี้จะได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนหรือภาพยนตร์มากอยู่ทีเดียว ดังนั้นหากเราปล่อยให้ลูกที่เป็นเด็กผู้ชายเลือกซื้อหรือใช้เสื้อผ้าด้วยตนเองทั้งหมดก็คงมีแต่เสื้อลายการ์ตูนเต็มไปหมดแน่ๆ ทางที่ดีเราควรจะเลือกเสื้อผ้าแบบปกติไว้ให้ลูกชายด้วย เพื่อใช้ในโอกาสทั่วไปอื่นๆนั่นเอง

 

มอบสิ่งดีๆ ให้ลูกน้อยด้วยเสื้อผ้าเด็กปลอดสารเคมี

เสื้อผ้าปลอดสารเคมี สิ่งนี้คือสิ่งจำเป็นที่พ่อแม่หลายคนอาจจะมองข้ามไปด้วยความเผลอเรอหรือคาดไม่ถึง และส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดความที่เราคิดว่าเสื้อผ้าของเด็กก็เหมือนเสื้อผ้าผู้ใหญ่อาจจะไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ หรือพ่อแม่บางคนก็ยุ่งเกินกว่าจะดูแลเรื่องเสื้อผ้าของลูกด้วยตนเองได้ และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาทำความสะอาดเสื้อผ้าของลูกเราดีแค่ไหน

5.1

ความสะอาดสำคัญอย่างไร
นี่ก็เพราะความสะอาดเป็นการป้องกันปัญหาทางสุขภาพของเด็กนั่นเอง ลองคิดในแง่กลับกันขนาดเรายังต้องการเสื้อผ้าที่สะอาดเพราะไม่ต้องการรับสิ่งไม่ดีจากความสกปรกเลย เด็กก็เช่นเดียวกันแต่ประเด็นเรื่องความสะอาดที่มีความสำคัญมากขึ้นในเด็กนั่นก็เพราะเด็กมีภูมิต้านทานเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกต่างจากเรามากโดยเฉพาะเด็กอ่อน  ดังนั้นการดูแลความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ทำไมต้องเน้นมาที่การดูแลความสะอาดเสื้อผ้าของเด็ก
นั่นก็เพราะเสื้อผ้าคือสิ่งที่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดนั่นเอง และเพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงของการแพ้เส้นใยผ้าจึงมีการกำหนดชนิดของผ้าที่สามารถใช้กับเด็กได้ คือ ผ้าที่ทำจากเส้นใยจากธรรมชาติอย่างผ้าป่าน ผ้าฝ้าย 100% และผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมกับผ้าฝ้ายเท่านั้น และเพราะเด็กสามารถแพ้สารเคมีต่างๆ ได้ง่ายมาก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือสารปรุงแต่งต่างๆ ที่จะใช้กับเสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็จะถูกห้ามใช้หรือหลีกเลี่ยง หรือจะใช้ก็ต้องใช้ให้น้อยที่สุดด้วย เพราะการที่เรากระตุ้นหรือเด็กได้รับสารกระตุ้นที่ทำให้เกิดการแพ้ไปตั้งแต่เด็กก็อาจจะทำให้เด็กเกิดการแพ้ได้ง่ายมากขึ้น และอาจจะรบกวนชีวิตประจำวันในอนาคตได้หากมีอาการแพ้ที่รุนแรง

5.2

สารเคมีที่ต้องหลีกเลี่ยงในเสื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
สารเคมีที่ต้องหลีกเลี่ยงในเสื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดนั้นสามารถมากได้จากหลายๆ แหล่ง เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตเสื้อผ้า ที่อาจจะมีการใช้สารหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อเอาสิ่งสกปรกไปก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต ซึ่งสารเคมีที่ใช้เหล่านั้นก็ต้องมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อต่างๆ ที่อุณหภูมิสูงได้เช่นกัน ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจจะมีสารเคมีหลงเหลืออยู่บ้างแต่ไม่มากนัก เมื่อเข้าสู่กระบวนการทอผ้าหรือย้อมผ้าซึ่งเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่มีการใช้สารเคมีมากเช่นกัน หลังจากนั้นบางบริษัทอาจจะมีการทำความสะอาดก่อนบรรจุเพื่อจำหน่ายแต่บางบริษัทก็ไม่มี และนอกจากนี้สิ่งสกปรกบางอย่างก็ติดมากับเสื้อผ้าในระหว่างการขนส่งหรือจำหน่ายด้วย เพราะก่อนที่เสื้อผ้าจะมาถึงเรา เราไม่รู้เลยว่ามีใครเคยสัมผัสเสื้อผ้านั้นไปก่อนหรือไม่

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องทำความสะอาดเสื้อผ้าใหม่ทุกครั้งก่อนที่จะนำมาสวมใส่ให้ลูกของตนนั่นเอง หรือในบางประเทศหรือบางยี่ห้อเขาจะมีการรับรองมาเลยว่าทุกขั้นตอนของเขาปลอดสารเคมีทั้งหมด ซึ่งเราสามารถวางใจได้จริงแต่ก็ต้องแบบกรับกับราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย และหลังจากที่เสื้อผ้ามาถึงมือเราแล้ว เราก็ไม่ควรใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายในการทำความสะอาดเสื้อผ้าอีก ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีจำพวกน้ำหอม สารทำความสะอาดที่มีเป็นด่างมากเกินไป เราควรหลีกเลี่ยงให้หมด โดยการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแทน

 

 

แต่งบ้านด้วยกลิ่นอายแบบ Contemporary Style เปลี่ยนรูปแบบบ้านซ้ำซากให้มีเสน่ห์

6.1

หากจะกล่าวถึงบ้านแบบ Contemporary  Style เราจะรู้จักกันเราจะรู้จักกันในชื่อตามแบบฉบับของภาษาไทยว่าเป็นสไตล์บ้าน “ร่วมสมัย” การแต่งบ้านที่จะดึงเอาเสน่ห์ความสวยงามของบ้านในอดีตเข้ามาสอดแทรกเป็นหนึ่งเดียวกันกับรูปแบบของบ้านในยุคใหม่ภายใต้ความสมดุลและลงตัว ลดความจำเจซ้ำซาก

เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการบรรยากาศความหรูหรา แฝงเร้นอยู่ด้วยความอบอุ่นปะปนกับกลิ่นอายแห่งอดีตที่แทรกแซมอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ซึ่งหากใครสนใจกับกลิ่นอายการแต่งบ้านแบบร่วมสมัยเช่นนี้ เราลองมาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

6.2

นิยามของการแต่งบ้านแบบ Contemporary  Style
ดังที่กล่าวไปแล้วว่ามันคือการแต่งบ้านในรูปแบบร่วมสมัย หยิบยกเอาวามสวยงามของแบบบ้านที่เด่นชัดในปัจจุบันมาจับเข้าคู่กันกับความสวยงามในอดีตอย่างกลมกลืน โดยส่วนใหญ่จะใช้ของตกแต่งสมัยใหม่เป็นหลัก ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของอดีต จะหยิบยกออกมาเพียงน้อยชิ้น เป็นการช่วยดึงอารมณ์ความรู้สึกของสายตาและการสัมผัสให้รู้สึกได้ถึงความมีเสน่ห์ของอดีตที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

การออกแบบโดยทั่วไปจะมีเป้าหมายไปที่ความเรียบง่าย แตกต่างจากการแต่งบ้านในแบบคลาสสิค ไม่เน้นสีสันและลวดลาย เน้นโทนสีเดียวคลุมโดยรวม แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ด้วยเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านแบบอื่นแทน

การหยิบเอาความสวยงามของอดีตมาใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของเจ้าของบ้าน รสนิยมที่เลือกหยิบมาจะเป็นศิลปะในแต่ละยุคที่มีความแตกต่างกัน แต่การตกแต่งแบบนี้จะต้องอยู่ภายใต้ความพอดีให้ได้มากที่สุด หยิบยกเอามาเพียงบางส่วน สอดแทรกเข้าไปให้พอมีกลิ่นอาย หากมากเกินไปจะทำให้บ้านดูเว่อร์และรกสายตา แลดูงามในที่สุด

ความเรียบง่ายและอบอุ่นในการออกแบบที่ลงตัว
สำหรับการออกแบบของบ้านร่วมสมัยที่ดีจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้าอยู่อาศัย แวดล้อมไปด้วยความเบาสบายและเรียบง่าย ทุกอย่างดูปลอดโล่งและอบอุ่น ในขณะเดียวกันการตกแต่งก็เป็นไปอย่างง่ายๆ ไม่มีความซับซ้อน เหมาะสำหรับคนที่เบื่อหน่ายกับบ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งของรกรุงรัง เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก

แต่ความยากของมันกลับอยู่ที่ความกว้างใหญ่ของคอนเซปท์ที่เหล่านักออกแบบหรือเจ้าของบ้านต้องวางกรอบเอาไว้ให้ดี ความสวยงามที่ต้องถูกกำหนดทิศทางให้อยู่ในความหมายเดียวกัน ไม่ใช่การหยิบยกเอาความเป็นอดีตทั้งหมดมารวมกันเอาไว้ เพราะนั่นอาจจะทำให้บ้านหมดสวย และเป็นไปได้ยากที่จะช่วยดึงความรู้สึกอันน่าเสน่ห์ภายในตัวศิลปะของมันออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

6.3

หลักในการออกแบบบ้านร่วมสมัยให้ดูดี
สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือพื้นฐานความรู้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักออกแบบที่มีความเข้าใจเรื่องแสง สี และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ทั้งหมดที่ถูกจับเอามารวมกันจะต้องมีความกลมกลืนไม่ว่าจะเป็นของจากอดีตหรือของใจยุคสมัยใหม่ ประดับประดาด้วยความงามจากอดีตบ้างแต่ไม่ต้องมากมายนัก ทำให้มันดูเป็นธรรมชาติที่ไม่ได้พยายามจะจัดวางมันจนเกินงาม จะช่วยให้บ้านดูมีเสน่ห์แบบที่มันควรจะเป็นด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ เรายังสามารถสร้างสรรค์เพิ่มเติมด้วยการใช้ไฟประดับที่มีความนุ่มนวล เน้นเป็นแสงสีส้มอ่อนๆ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับตัวบ้าน และตามมาด้วยกลิ่นหอมจางๆ ที่จะช่วยดึงดูดให้เราได้รู้สึกผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม บ้านแบบร่วมสมัยอาจจะดูเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการออกแบบ แต่ยากในการดึงดูดอารมณ์ให้เป็นไปตามคอนเซปท์ที่วางไว้ ทว่าภายใต้พื้นฐานอันเป็นหลักการ เป้าหมายของการสร้างบ้านก็เพื่อความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัยมากกว่าจะปล่อยให้มันดึงเอาเสน่ห์ของความสวยงามตามแบบฉบับออกมาเพียงอย่างเดียวก็หาจะใช่อย่างที่ควรจะเป็น หากเจ้าบ้านพึงพอใจ ก็ถือว่าการออกแบบสำเร็จผลอย่างที่ต้องการแล้วล่ะค่ะ

เทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ใหม่ สำหรับคนขี้เบื่อ

5.1

เทรนด์ของการแต่งบ้านเปลี่ยนไปตามยุคสมัย สังเกตได้ว่าจากอดีตถึงปัจจุบันมีสิ่งแปลกใหม่ของการตกแต่งบ้านเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีของการออกแบบวัสดุที่ให้เราได้เลือกสรรตามจินตนาการได้มากขึ้น

ความซ้ำซากจำเจอันแสนเบื่อหน่ายที่เราเห็นมามากมายจึงกลายเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถเบนเข็มทางเลือกหันมาออกแบบบ้านตามสไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่มีไอเดียเด็ดๆ ในการแต่งองค์ทรงเครื่องบ้านแบบใหม่  ดังนั้น ลองมาดูคำแนะนำดีๆ จากเราที่อาจจะช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้บ้านกลายเป็นวิมานที่ไม่เหมือนใคร แถมยังโดดเด่นและน่าอยู่ได้มากกว่าเดิมก็เป็นได้ค่ะ

5.2-pretentious-decor-for-fresh-blue-yellow-grey-living-room-style

การแต่งบ้านเน้นดีไซต์แบบเรขาคณิต
เมื่อพูดถึงการดีไซต์ด้วยรูปทรงเรขาคณิต เราก็จะต้องนึกถึงบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นหลัก การตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของเหล่านี้จะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้บ้านดูตื่นเต้นน่าสนใจ มากกว่าความอ่อนช้อย เหมาะสำหรับเจ้าบ้านที่เบื่อหน่ายรูปแบบเดิมๆ และต้องการตื่นขึ้นมาพบกับความน่าสนใจที่รายล้อมอยู่รอบตัว อีกทั้งดีไซต์เรขาคณิตยังสามารถเข้ากับการตกแต่งบ้านได้อย่างหลากหลาย เป็นทั้งของประดับและเป็นได้ทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ อย่างเช่นแจกันรูปทรงเรขาคณิต การปูกระเบื้องด้วยรูปทรงที่มีเหลี่ยมมุมมากขึ้น หรือการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีลูกเล่นให้เหมาะสำหรับการจัดวางของได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะชั้นวางที่มีหลายเหลี่ยมหลายมุม ก็จะช่วยเติมสีสันให้บ้านได้เป็นอย่างมาก

ยกเอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่
ลองเดินเข้าไปที่ตู้เก็บของที่ถูกเก็บเอาของไม่ใช้แล้วหรือคิดว่ามันไม่มีค่าแต่ก็ควรค่าที่จะทิ้งเอาไว้ในนั้น อาจจะพบกับของเก่าเก็บมากพอที่จะบอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ชีวิตที่ผ่านมาหลายปีของเพื่อนๆ ความเก่าแก่ของมันอาจจะสึกกร่อนไปตามกาลเวลา แต่นั่นคือหนึ่งในเสน่ห์ที่จะสามารถนำมาใช้เป็นของตกแต่งบ้านที่น่าสนใจและดูน่าค้นหา เพียงแค่ปัดฝุ่นและทำความสะอาดมันให้หมดจรด ไม่ต้องแต่งเติมอะไรเข้าไปเพิ่ม จัดวางเอาไว้ในมุมที่โดดเด่น ก็จะช่วยให้บ้านมีกลิ่นอายของความเก่าแก่แทรกซ่อนอยู่ในโลกใบใหม่ เป็นเรื่องราวที่จะช่วยทำให้บ้านกลายเป็นวิมานที่ดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

5.3-living-room-modern-design

เปลี่ยนสีบ้านในโทนพาสเทล
พาสเทลเป็นสีที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะการเลือกใช้สำหรับของตกแต่งบ้าน แต่มันยังนิยมไปถึงสีทาเล็บ เสื้อผ้า รองเท้า สีผมและการแต่งหน้าสำหรับผู้หญิงอีกมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนการตกแต่งบ้านด้วยสีนี้จะให้กลิ่นอายของความเงียบสงบ บรรยากาศที่แสนอ่อนโยนและมีความโรแมนติกอบอวลอยู่แบบบางๆ โดยสีส่วนใหญ่จะให้ความเป็นธรรมชาติ เพื่อนๆ จึงสามารถนำมันมาตกแต่งเป็นสไตล์สำหรับคนรักต้นไม้เข้าไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี โดยสีที่ใช้จะเน้นเป็นสีเทา ดำ สีเขียว เหลืองมัสตาร์ด และสีลูกพีช เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบด้วยของตกแต่งบ้านอีกมากมายที่เพื่อนๆ สามารถหยิบจับเอามาใช้เป็นรูปแบบส่วนตัวตามความพึงพอใจ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจกับระบบมาตรฐานที่นักออกแบบแนะนำไว้ เพียงแค่ความรู้สึกเป็นสุขกับการแต่งบ้านในแบบของตัวเอง ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่จะช่วยให้บ้านเป็นสถานที่ส่วนตัวของเพื่อนๆ ได้แล้วล่ะค่ะ

ของแต่งบ้านตามความเชื่อชาวจีน เสริมดวงให้มีแต่ความเฮง

4.1

เมื่อหลักของฮวงจุ้ยเป็นหนึ่งในศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อของชาวจีนมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ชาวจีนมักจะเต็มไปด้วยเรื่องราวของความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงห์สถิตอยู่ในรูปปั้นต่างๆ ความเชื่อของการตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของที่เป็นสิริมงคลจึงเป็นส่วนหนึ่งที่กลุ่มชนชาตินี้มักจะใส่ใจในรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม

ด้วยเชื้อสายของชาวจีนที่แพร่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในประเทศไทยมีอยู่ไม่น้อย ทำให้ประเพณีต่างๆ ถูกรวบรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในปฏิทินไทยอย่างวันตรุษจีน วันสำคัญที่เหล่าผู้คนเชื้อสายไทยจีนและชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ร่วมเฉลิมฉลองในวันอันเป็นมงคลพร้อมด้วยการตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของที่จะนำมาซึ่งคามสุขกายสบายใจ แฝงเอาไว้ด้วยความหมายดีๆ มากมาย และยังใช้มันเป็นของฝากในวาระโอกาสเพื่อมอบให้กับคนที่เราเคารพรักได้อีกด้วย

ดังนั้นหากใครกำลังเฟ้นหาของแต่งบ้านที่มีความหมายอันเป็นมงคลอยู่ล่ะก็ เราจะขอแนะนำกับสิ่งของตามความเชื่อชาวจีนต่อไปนี้ ที่จะช่วยเสริมลาภยศและดึงดูดสิ่งดีๆ ให้เข้ามาในบ้านได้มากขึ้นกันค่ะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

โคมไฟจีนสีสดใส
โคมไฟจีนเป็นสิ่งหนึ่งที่เราสามารถนำเอาประมาประดับตกแต่งบ้านได้ ช่วยเสริมความสวยงามให้กับบ้านและยังมีความหมายดีๆ แฝงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นคำอันเป็นมงคลที่ถูกเขียนขึ้นบนโคมไฟ สีอันโดดเด่นซึ่งเป็นสีแดง ถือว่าเป็นสีแห่งการนำโชคสำหรับชาวจีน พัดพาเอาความสุขความเจริญเข้ามาภายในบ้าน เพื่อนๆ สามารถเลือกถ้อยคำดีๆ ที่ติดอยู่บนโคมไฟ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า อายุยืน ความสุข โชคลาภ หรือความรัก เหล่านี้ล้วนเป็นความเชื่อที่จะดึงดูดสิ่งต่างๆ ตามถ้อยคำให้เข้ามาสร้างความอบอุ่นให้กับสมาชิกภายในครอบครัวได้

เจดีย์แห่งความสำเร็จ
ของตกแต่งอย่างเจดีย์สีทองอร่าม ถูกออกแบบด้วยลวดลายที่ให้กลิ่นอายศิลปะแบบเจดีย์ของจีนที่ถูกย่อส่วนลงมา ตามความหมายสำหรับของตกแต่งดังกล่าว จะเป็นการดึงเอาสิ่งไม่ดีออกไปจากบ้าน ให้บ้านเต็มไปด้วยความสุขสงบ อีกทั้งยังแผ่ซ่านอยู่ด้วยพลังแห่งความสำเร็จรุ่งเรืองดังจำนวนชั้นของเจดีย์ การก้าวกระโดดขึ้นสู่จุดยอดในหน้าที่การงาน อีกทั้งความสวยงามของมันยังสามารถนำเอาไปประดับตกแต่งบ้านได้หลายจุด ช่วยเสริมความโดดเด่นให้บ้านดูมีราศีมากขึ้น

4.3

ผลมะปรางค์จำลอง
ลูกมะปรางค์วางเอาไว้ในตะกร้าผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นแบบจำลองเพื่อการตกแต่งหรือของจริงที่สามารถหยิบจับกินได้ ตามความเชื่อของชาวจีนหากมีผลไม้ชนิดนี้ตั้งอยู่ในบ้าน ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ด้วยลาภยศ เกี่ยวเนื่องกับการก้าวเข้าสู่ความสำเร็จ และด้วยสีของมันที่เป็โทนแดง โทนสีที่ชาวจีนเชื่อว่ามีความเป็นสิริมงคลต่อชีวิต ซึ่งบางบ้านก็อาจจะตกแต่งด้วยต้นมะปรางค์จริงหรือเป็นต้นมะปรางค์จำลองให้บ้านดูมีสีสันที่สวยงามได้อีกด้วย

รูปหล่อปลาคาร์ฟคู่
ปลาคาร์ฟตามความหมายของชาวจีน เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เกี่ยวเนื่องกับความมีชีวิตชีวา การหลั่งไหลของเงินทองที่เข้ามาราวกับการแหวกว่ายของปลาที่อยู่ในน้ำ ตัวรูปปั้นส่วนใหญ่มักจะถูกตกแต่งอยู่ด้วยสีสันที่มีความโดดเด่นสวยงาม แวววาวด้วยการเคลือบเงาอย่างดี ปลาคาร์ฟที่ได้จะถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นการแหวกว่ายแบบคู่กันเหมือนเลข 8 เพื่อสื่อถึงความยั่งยืนอันเป็นอนันต์แห่งความโชคดีและความสุขที่จะเข้ามาภายในบ้านอย่างไม่รู้จบ

ความเชื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมความรู้สึกของเราให้ดีขึ้น ช่วยให้ความคิดถูกโยงไปในแง่บวก แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงความเชื่อที่สั่งสมกันมาโดยหาหลักทางวิทยาศาสตร์มาจับเชื่อมโยงไม่ได้ แต่หากใครพึงพอใจกับการตกแต่งบ้านให้ดูมีราศีและแฝงอยู่ด้วยความหมายดีๆ

สิ่งของข้างต้นก็คือหนึ่งในกลุ่มที่เราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองหยิบยกมาใช้ พร้อมกับตกแต่งบ้านให้มีความสวยงาม เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ก็อาจจะช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตของเราให้ดีขึ้นก็เป็นได้ค่ะ

 

แต่งบ้านให้สวยได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้ “ไอเดีย” กับ “เฟอร์นิเจอร์”

3.1Natural-Ultra-Luxurious-Sofa-For-Stylish-And-Modern-Design-For-Living

การสร้างสรรค์บ้านให้น่าอยู่อาศัยไม่เพียงเฉพาะแต่การออกแบบภายนอกด้วยการจ้างนักออกแบบราคาแพงมาเพื่อออกแบบตัวบ้านให้มีความสวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ในความเป็นจริงเราสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งบ้านด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เปลืองเงินไปกับการออกแบบที่เกินงบประมาณ ด้วยการหยิบจับไอเดียเล็กๆ น้อยๆ เข้ามาไว้เป็นองค์ประกอบ โดยให้เฟอร์นิเจอร์เป็นตัวเชื่อมโยงการแต่งบ้านให้น่าอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งสามารถใช้หลักของการจัดวางให้ลงตัว การเล่นจังหวะ และการนำเอาเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มาใช้ประโยชน์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น

เลือกใช้เก้าอี้ให้เป็นที่วางกระถางต้นไม้
เก้าอี้ที่เรานิยามประโยชน์การใช้งานของมันเพียงแค่การนั่งเท่านั้น แต่หากเราลองเปลี่ยนความแปลกใหม่ไปที่การให้มันเป็นตัวจัดวางกระถางต้นไม้หน้าบ้าน แนะนำว่าเก้าอี้ที่เลือกใช้ควรเป็นเก้าอี้ไม้โทนสีน้ำตาลเพื่อให้มันช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับกระถาง เติมแต่งด้วยดอกไม้หลากสีสันที่วางอยู่บนเก้าอี้ หรือหากใครมีเป็นเก้าอี้ตัวเล็กๆ ก็สามารถจัดวางมันเอาไว้ในบ้านพร้อมกระถางต้นไม้ปลอมหรือแจกัน ก็จะทำให้ภายในบ้านดูสวยงามแบบไม่ซ้ำใครอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ

3.2-black-bedroom-furniture-1

เปลี่ยนโต๊ะเครื่องแป้งให้เป็นที่เก็บของ
โต๊ะเครื่องแป้งหลายบ้านถูกใช้งานมายาวนานแล้วและถึงเวลาที่มันควรปรับเปลี่ยนเสียที แต่หากจะทิ้งของเก่าไปเลยก็ดูจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะส่วนของลิ้นชักและช่องว่างต่างๆ สามารถนำมาตัดทอนและปรับแต่งให้มันกลายเป็นที่เก็บของสไตล์เก๋ไก๋ได้อีกแบบ โดยเฉพาะส่วนของลิ้นชัก เมื่อดึงออกมาแล้วก็สามารถนำเอามาตั้งเป็นที่วางหนังสือ วางแผนซีดีหรือใช้เป็นที่เก็บข้าวของให้บ้านดูเป็นระเบียบมากขึ้นก็ได้เช่นกัน

เติมแต่งชั้นวางหนังสือให้มีสีสัน
สำหรับหนอนหนังสือ จะต้องมีมุมสำหรับเอาไว้เก็บหนังสือเล่มโปรดมากมายภาย แต่การชั้นวางมีแต่หนังสือเต็มไปหมดอาจจะทำให้ภายในห้องดูจืดชืดไม่สวยโดดเด่นอย่างที่ต้องการ วิธีแก้ไขง่ายๆ คือลองนำเอาของตกแต่งขนาดเล็กน่ารักที่มีสีสันสดใส แบ่งพื้นที่สักเล็กน้อย ตั้งมันเอาไว้ให้เป็นที่กั้นหนังสือตามชั้นวาง ก็จะช่วยให้ที่เก็บหนังสือแบบธรรมดาๆ กลายเป็นชั้นวางหนังสือที่น่าอ่านมากขึ้นได้

3.3-Functional-and-Comfortable-Home-Office-11

จัดลำดับเฟอร์นิเจอร์ให้มีความเชื่อมโยงกัน
บ้านหลังไหนที่มีเฟอร์นิเจอร์แยกชิ้นกันมา การจัดวางแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าอาจจะทำให้บ้านดูรกหูรกตา การจัดวางตามมุมต่างๆ ดูไม่เข้าที่เข้าทาง แถมยังดูจืดชืดไร้มิติ ลองหันมาออกแบบสรรค์สร้างไอเดียแปลกใหม่ ด้วยการเลือกใช้การจัดวางแบบลดหลั่นกันไปของเฟอร์นิเจอร์ มีการสร้างมุมแปลกตา จัดให้มีส่วนของพื้นที่ว่างเว้นไว้เพื่อสอดแทรกด้วยแจกันต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือจะเป็นมุมเล็กๆ อันเป็นส่วนตัวสำหรับนั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นที่กั้นห้องก็ถือว่าเป็นไอเดียดีๆ ที่จะเติมแต่งบ้านให้ดูดีอยู่ไม่น้อย

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกช่างออกมาแบบมาสร้างสรรค์บ้านของตัวเองให้หมดเงินไปเปล่าๆ เพียงแค่รู้จักการหยิบจับเอาสิ่งของภายในบ้านมาปรับแต่งให้มันถูกใช้งานในนิยามใหม่และแปลกตาขึ้น บ้านที่เคยธรรมดาก็จะดูมีสไตล์และมีเสน่ห์ที่น่าสนใจได้แล้วค่ะ